คำว่า “พยุหะ” โดยรากความหมาย คือ การจัดกระบวนทัพ การวางกำลังอย่างมีแบบแผน ไม่ใช่เพียงการรวมตัวกัน หากคือการจัดตำแหน่ง จังหวะ และทิศทางอย่างรอบคอบ เมื่อนำคำนี้มาใช้ในบริบทของประวัติศาสตร์ “พยุหะ” จึงอาจไม่ได้หมายถึงกองทัพทหาร หากคือกระบวนทัพของความคิด ความเชื่อ และอุดมการณ์ที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในสังคม

ช่วงรอยต่อทางประวัติศาสตร์หลังสิ้นสุด สงครามโลกครั้งที่สอง คือช่วงเวลาที่โลกทั้งใบกำลังจัดกระบวนทัพใหม่ ระเบียบอำนาจเดิมล่มสลาย อาณานิคมจำนวนมากทยอยได้รับเอกราช ขณะเดียวกันมหาอำนาจสองฝ่ายเริ่มกำหนดทิศทางโลกภายใต้ยุค สงครามเย็น ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในระดับรัฐ หากค่อย ๆ ซึมผ่านสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คน
สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงทศวรรษ 2490–2520 คือยุคแห่งการปรับตัวครั้งใหญ่ ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งเผชิญความขัดแย้งยืดเยื้อ เช่น สงครามเวียดนาม ขณะที่ประเทศไทยแม้ไม่ใช่สนามรบโดยตรง แต่ก็อยู่ใกล้แรงสั่นสะเทือนของภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของเมือง การเติบโตของมหาวิทยาลัย และการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอก ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรับตำแหน่งประเทศในกระดานโลก
รอยต่อนี้สำคัญเพราะเป็นช่วงที่สังคมไทยเริ่มก้าวจากโครงสร้างแบบดั้งเดิมสู่สังคมสมัยใหม่ คนรุ่นใหม่มีพื้นที่ทางความคิดมากขึ้น ขณะที่คนรุ่นก่อนหน้าพยายามรักษาเสถียรภาพและความต่อเนื่อง ความแตกต่างระหว่างรุ่นจึงไม่ใช่เพียงความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่คือการยืนอยู่คนละจังหวะของประวัติศาสตร์
เหตุการณ์อย่าง เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มักถูกจดจำในฐานะหมุดหมายสำคัญ แต่หากมองในเชิงโครงสร้าง มันคือช่วงเวลาที่ “พยุหะของอุดมการณ์” ปรากฏชัด ความคิดหลายสายกำลังจัดวางกำลังของตนในพื้นที่เดียวกัน
พยุหะ พิสดารธาตุ จึงใช้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพื่อทบทวนเหตุการณ์ หากเพื่อชวนตั้งคำถามว่า หากทิศทางในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนั้นเปลี่ยนไปแม้เพียงเล็กน้อย ประเทศไทยวันนี้จะเหมือนเดิมหรือไม่ ? เพราะประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากเป็นรากของปัจจุบัน และการเข้าใจมันอย่างรอบด้าน คือการเข้าใจเส้นทางที่พาเรามาถึงจุดนี้
ทดลองอ่าน 》》พยุหะ พิสดารธาตุ - สำนักพิมพ์กาฬกาล
เพิ่มเติม 》》หนังสือนิยายสืบสวนไทย - สำนักพิมพ์กาฬกาล