.png)
ในโลกของวรรณกรรมแนวไซไฟและระทึกขวัญ แนวคิดเรื่องการประกอบร่างสร้างชีวิตใหม่แบบ “แฟรงเกนสไตน์” ยังคงเป็นธีมอมตะที่ถูกหยิบยกมาตีความซ้ำอยู่เสมอ แต่ในยุคปัจจุบันที่วิทยาการทางการแพทย์ก้าวล้ำไปไกล “มีดผ่าตัด” ได้เข้ามาแทนที่พลังลึกลับเหนือธรรมชาติ สองนักเขียนชื่อดังอย่าง โคบายาชิ ยาสุมิ และ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ต่างก็นำเสนอประเด็นการผ่าตัดปลูกถ่ายสมองที่สยองขวัญไม่แพ้กัน ทว่าทั้งสองกลับพาเราไปสำรวจมุมมืดของมนุษย์ในมิติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
โคบายาชิ ยาสุมิ: ความสยองขวัญของเนื้อหนังที่ถูกเย็บปะ
ในเรื่องสั้น “สรรสร้างสัตว์มนุษย์” จากหนังสือ เจ้าหญิงสมองหมู โคบายาชิ ยาสุมิ ได้พาผู้อ่านไปพบกับ ยูกะ เด็กสาวที่ต้องรับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะจากหมูทั่วร่างกายตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก เพื่อต่อลมหายใจจากโรคร้ายแต่กำเนิด ความสยองขวัญในแบบของโคบายาชิเน้นไปที่ “ความสยองขวัญทางร่างกาย” (Body Horror) อย่างรุนแรง ยูกะนิยามตัวเองว่าเป็น “เด็กสาวเย็บปะ” (Patchwork Girl) ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยเย็บที่ดูน่าเกลียด ผิวหนังตะปุ่มตะป่ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอจากการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อหมู
ความน่ากลัวที่แท้จริงคือการที่อวัยวะภายในแทบทุกส่วน รวมถึง “บางส่วนของสมอง” ถูกแทนที่ด้วยชิ้นส่วนของหมู จนยูกะต้องเผชิญกับวิกฤตอัตลักษณ์ทางสายพันธุ์ เธอตั้งคำถามที่ชวนให้ขบคิด ว่าหากส่วนประกอบทุกชิ้นถูกเปลี่ยนไป เธอจะยังเป็นมนุษย์อยู่ หรือกลายเป็นเพียงอสุรกายกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์กันแน่
ฮิงาชิโนะ เคโงะ: ความสยองขวัญของ “จิตสำนึก” ที่ถูกเบียดขับ
ในขณะที่โคบายาชิเน้นภาพลักษณ์ภายนอกที่บิดเบี้ยว ฮิงาชิโนะ เคโงะ ในนิยายเรื่อง ปล้นเปลี่ยนร่าง กลับพาเราดำดิ่งสู่ความสยองขวัญเชิงจิตวิทยา ผ่านตัวละคร นารุเสะ จุนอิจิ ชายหนุ่มผู้อ่อนโยนที่รอดชีวิตจากการถูกยิงที่ศีรษะด้วยการผ่าตัดปลูกถ่ายสมองซีกขวาครั้งแรกของโลก แม้ร่างกายภายนอกของจุนอิจิจะดูเป็นปกติ แต่ภายในกลับเกิดการเปลี่ยนไปอย่างน่าสะพรึงกลัว
เคโงะนำเสนอความสยองขวัญในรูปแบบของ “ตัวตนที่ถูกปล้น” เมื่อบุคลิกเดิมที่นบน้อมและรักงานศิลปะของจุนอิจิ ค่อยๆ ถูกเบียดขับออกไป จุนอิจิเริ่มรู้สึกว่าความคิด ความรู้สึก และความป่าเถื่อนที่เกิดขึ้นไม่ใช่ของเขาเอง มันคือความสยองขวัญที่พบว่าจิตสำนึกของตนเองกำลังพ่ายแพ้ให้กับเซลล์สมองของคนอื่นที่ถูกปลูกถ่ายเข้ามา จนเขากลายเป็นคนแปลกหน้าในร่างของตัวเอง
แม้จะมีสไตล์การเล่าเรื่องที่ต่างกัน แต่ทั้งสองเรื่องต่างสะท้อนภาพเดียวกันคือ "ความล้มเหลวของวิทยาศาสตร์ที่พยายามฝืนธรรมชาติ" โดยมีตัวละครที่ต้องตกเป็นเหยื่อของการทดลองวิปริตที่อ้างคำว่า "ความรัก" หรือ "ความก้าวหน้า" เป็นฉากหน้า
ท้ายที่สุดแล้ว ทั้ง เจ้าหญิงสมองหมู และ ปล้นเปลี่ยนร่าง ต่างตอกย้ำให้เราเห็นว่า "การมีชีวิตอยู่ต่อ" ผ่านวิทยาการปลูกถ่ายสมองนั้นอาจไม่ใช่พรวิเศษ แต่มันมีราคาที่แสนแพงที่ต้องจ่าย นั่นคือการสูญเสียสิ่งที่เรียกว่า "ตัวตน" ไปตลอดกาล
“การมีชีวิตอยู่คือการฝากรอยเท้าไว้... แต่ผมตอนนี้มองรอยเท้าเหล่านั้นแล้วไม่รู้สึกเลยว่าเป็นของตัวเอง”
ทดลองอ่าน : ปล้นเปลี่ยนร่าง
<a href="https://www.booktime.co.th/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9?type=R&keyword=%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AA">เจ้าหญิงสมองหมู</a>