ม้าเซ็กเธาว์ เป็นยอดอาชาในสามก๊ก ในวรรณกรรมเรื่องสามก๊กมีม้ากระต่ายเเดงหลายตัว เเต่ม้ากระต่ายเเดงของลิโป้กับกวนอูเป็นที่รู้จักที่สุด สามก๊กในวรรณกรรมได้กล่าวถึง สุดยอดม้ากระต่ายเเดงครั้งเเรกเมื่อตั๋งโต๊ะได้ใช้ทรัพย์สินมีค่า รวมทั้งม้านี้ซื้อตัวลิโป้มาเป็นพวก ในวรรณกรรมสามก๊ก ได้บรรยายถึงลักษณะของม้าเซ็กเธาว์ไว้ว่า ขนเเดงดังถ่านเพลิง จากหัวจรดหางยาว 1 จ้าง จากกีบถึงคอสูง 8 ฉื่อ เสียงร้องดังคลื่นมหาสมุทร
เมื่อ ลิโป้ พ่ายแพ้จนถูก โจโฉ ประหาร ม้าตัวนี้จึงตกทอดมาอยู่กับ โจโฉ จนเมื่อ เล่าปี่ แตกทัพ สามพี่น้องพลัดพรากกัน ฝ่ายกวนอู ซึ่งต้องรับผิดชอบดูแลภรรยาเล่าปี่ทั้งสองคน จำใจต้องอยู่ด้วยกับโจโฉอย่างมีเงื่อนไข และโจโฉเองพยายามซื้อใจกวนอูให้เปลี่ยนใจอยู่ด้วยตนเองทุกวิถีทางไม่ว่าจะแก้วแหวนเงินทองถนิมแพรพรรณ บ่าวไพร่สาวใช้ ยศศักดิ์ตำแหน่งแห่งหน รวมทั้งอุบายนานา แต่ไม่เป็นผลหรือกวนอูมิใคร่ได้ยินดีแต่ประการใด แต่เมื่อวันหนึ่ง โจโฉ มอบม้าตัวนี้ให้ กวนอู ถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ดีใจจนออกนอกหน้า และคำตอบที่เสมือนทิ่มแทงหัวใจโจโฉ เมื่อกวนอูบอกว่า ถ้าทราบข่าวว่า เล่าปี่อยู่แห่งหนตำบลใดจะได้ควบม้าตัวนี้ไปหาเล่าปี่โดยพลัน
อาการดีใจของ กวนอู ไม่ต่างจาก ลิโป้ เมื่อได้สุดยอดอาชาไว้คู่ใจขุนศึก แต่ทว่า กวนอู หาใช่คนอย่างลิโป้ที่พร้อมจะคิดคดทรยศขบถต่อนายทุกคน กวนอู ดีใจเพราะพลกำลังม้ากระต่ายแดงตัวนี้วิ่งได้เร็วกว่าม้าตัวอื่น ๆ ในปฐพีและจะได้ไปหาผู้เป็นทั้งพี่ร่วมสาบานและเจ้านายที่จงรักภักดี และวันหนึ่งจะได้ตอบแทนคุณน้ำใจไมตรีที่โจโฉมีให้ไม่สูญเปล่า
และวันจากลาก็มาถึง เมื่อ กวนอู ทราบข่าวว่า เล่าปี่ นั้นตอนนี้ไปอาศัย อ้วนเสี้ยว ซึ่งตามข้อตกลง กวนอูต้องจรจาก ทำบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างคืน โจโฉ แม้กระทั่ง ตราตั้งตำแหน่งขุนนาง เขาจากมีเพียง ม้าเซ็กเธาว์ เท่านั้นนำไปพาหนะคู่กายจนวาระสุดท้ายของชีวิต
เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นที่เมืองฮูโต๋ เมืองที่ดำรงความเป็นราชธานีแห่งสุดท้ายของราชวงศ์ฮั่นระหว่าง ค.ศ. 220 - 266 ปัจจุบันเมืองสวี่ชาง - ฮูโต๋ จึงมีสิ่งปลูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกโจโฉ - กวนอู ตามพงศาวดารสามก๊ก
ตามรอยสามก๊กแดนตงง้วนที่เมืองฮู่โต๋ ยังมีสถานที่สำคัญอีกแห่งซึ่งเกี่ยวข้องกับมิตรภาพระหว่าง กวนอู - โจโฉ หนึ่งนั้นคือ “สะพานป้าหลิง” ฉากสำคัญอีกในสามก๊กที่ปัจจุบันถูกที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่นายกรัฐมนตรีโจโฉตามมาส่งกวนอู
เมื่อกวนอู ทราบข่าวเล่าปี่ ธรรมดาลูกผู้ชายชาติทหารไปลามาไหว้เขาจึงพยายามขอพบโจโฉแต่ถูกบ่ายเบียง ในที่สุดน้องรองแห่งสวนดอกท้อก็เขียนจดหมายอำลาตามสัญญาที่ให้ไว้ตั้งแต่ก่อนเข้ารับราชการด้วยจึงครอบครัวเล่าปี่ อยู่ในการดูแลเป็นภาระหน้าที่รับผิดชอบยิ่งกว่าสิ่งใดโดยตอนนั้นพี่ใหญ่ขออาศัยอยู่กับอ้วนเสี้ยว
ซึ่งที่จริง ๆ แล้ว โจโฉไม่อยากให้กวนอูไป เมื่อรั้งไว้ไม่ได้โจโฉจึงอยากซื้อใจกวนอู ออกมาส่งท้ายบริเวณแห่งนี้พร้อมกับเอาข้าวของเงินทองรวมทั้งเสื้อผ้ามามอบให้กวนอูด้วย กวนอูแทนที่จะลงจากม้ามารับของ แต่กลับยื่นง้าวมาเกี่ยวเสื้อนั้นไป เล่นเอาลูกน้องที่ติดตามโจโฉถึงกลับไม่พอใจแต่โจโฉได้อธิบายเหตุผลที่กวนอูต้องทำเช่นนั้น
สะพานแห่งนี้ สร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์หยวน และถูกต่อเติมมาเรื่อย ๆ ในยุคราชวงศ์หมิง-ชิง พัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันและมีศาลเคารพกวนอูรวมถึงพี่น้องสาบานในสวนท้อและห้าขุนพลพยัคฆ์แห่งจ๊ก กับสะพานป้าหลิง หรือสะพานแปดลี้ ข้ามแม่น้ำชิงหยวน ลำน้ำสาขาของแม่น้ำเว่ย มีสามช่องโค้งยาว 90 เมตร สร้างขึ้นในต้นราชวงศ์หมิงแห่งรัชสมัยหงอู่ ผ่านการบูรณะในหลายรัชกาลจนถึงปัจจุบัน
อยากได้ใจก็ต้องใช้ใจแลกมามิใช่สิ่งของ
สะพานแห่งนี้เป็นเรื่องเตือนใจ
เรื่องและภาพประกอบโดย ชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต