หอรำลึกการลุกฮือแห่งอู่ชาง - Book Time: be wise in time
บทความ

หอรำลึกการลุกฮือแห่งอู่ชาง
2026-04-01 โดย
แชร์: line

นับแต่ จิ๋นซีฮ่องเต้ รวบรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่ง ผงาดเรืองอำนาจปกครองผลัดเปลี่ยนมาหลายราชวงศ์จนถึงราชวงศ์ชิง ซึ่งถือเป็นราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองแผ่นดินมังกรที่ผ่านทั้งความเรืองโรจน์และร่วงโรยตามกาลเวลา

เขตเมืองฮันโข่วเป็นย่านการค้าและส่วนเขตเมืองฮันหยางเป็นเขตอุตสาหกรรม  และเขตเมืองอู่ชาง ถือว่าเขตประวัติศาสตร์ทั้งเก่าและใหม่  เมืองหลวงแห่งแรกของง่อก๊ก - ซุนกวน ในสมัยสามก๊ก

เขตอู่ชาง นี่เองได้ก่อกำเนิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับแผ่นดินมังกร โดยเหตุครั้งนั้นสืบเนื่องจากความวุ่นวายในหมู่ประชาชนวิกฤติการณ์การรถไฟที่เรียก ขบวนการปกป้องทางรถไฟ โดยอาศัยจังหวะที่เกิดเหตุการณ์นั้นมาเตรียมการครั้นวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1911 หรือที่เรียกว่า การก่อการกำเริบอู่ชาง ที่มีการใช้อาวุธต่อต้านราชวงศ์ชิง เกิดขึ้น ณ เขตอู่ชาง ในมณฑลหูเป่ย์

เหตุการณ์นี้ เป็นจุดเริ่มให้เปลวไฟลามไปยังภาคต่าง ๆ  ที่มีกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยต่าง ๆ ในทัพใหม่ เป็นผู้นำแล้วประสบความสำเร็จ เหตุการณ์ครั้งนี้ได้อิทธิพลมาจากแนวคิดปฏิวัติของถงเหมิงฮุ่ย  หรือเรียกอีกอย่างว่า "สมัชชาร่วมสาบาน"

ภายหลังเกิดการลุกขึ้นมาต่อต้านอำนาจรัฐบาลกลางของราชวงศ์ชิงในที่อื่น ๆ ติดตามมาอย่างรวดเร็วโดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติซินไฮ่ และการปฏิวัติที่เกิดขึ้นในบั้นปลายนั้นทำให้ราชวงศ์ชิงและระบอบกษัตริย์กว่าห้าพันปีสิ้นสุดลง นำไปสู่การก่อตั้งสาธารณรัฐจีนขึ้น ซึ่งถือเอาวันเริ่มก่อการกำเริบ คือ วันที่ 10 ตุลาคม เป็นวันชาติในยุคสาธารณรัฐ

ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นวันที่ 1 ตุลาคม ในปัจจุบัน เมื่อเปลี่ยนเป็น “สาธารณรัฐประชาชนจีน”

ย้อนเวลาทวนเข็มนาฬิกากลับไปอดีตของนครอู่ฮั่นเป็นเมืองที่ผ่านประวัติศาสตร์จีนมาอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ยุครณรัฐ สามก๊ก จนถึงประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่ที่เป็นจุดกำเนิดของการก่อการที่อู่ชาง (武昌起义) จนนำไปสู่การปฏิวัติซินไห่ในปี 1911 การโค่นล้มราชวงศ์ชิง การก่อตั้งสาธารณรัฐจีน และยังเคยเป็นเมืองหลวงช่วงสั้น ๆ ในช่วงสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง ในปี 1937

เมื่อปี 1910 หรือเพียง 1 ปี ก่อนการโค่นล้มราชวงศ์ชิงในประเทศจีน ได้มีแผนการก่อสร้างอู่ฮั่นฉางเจียงต้าเฉียวเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงกับทางรถไฟจากปักกิ่งและกว่างโจว แต่ในช่วงดังกล่าวติดปัญหาด้านข้อจำกัดทางด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์สงครามทั้งสงครามโลกและสงครามกลางเมือง จนในปี 1950 ได้เริ่มทำการก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบและก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1957 และใช้งานเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

พรรคก๊กมินตั๋งช่วงจีนเป็นระบบสาธารณรัฐได้กำหนดนโยบายลัทธิไตรราษฎร์ประกอบด้วยหลักการสามข้อ ได้แก่ ประชาชาติ (民族) คือ ความนิยมชาติ, ประชาสิทธิ์ (民權) คือ ประชาธิปไตย, และ ประชาชีพ (民生คือ ความอยู่สุขสวัสดีของผองชน

ซึ่งรัฐบาลนายพลเจียงไคเช็กกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะเต็มไปด้วยทุจริตเชิงนโยบายแต่เมื่อกลายเป็นรัฐบาลพลัดย้ายไปยังเกาะไต้หวัน เขาได้นำบทเรียนของความล้มเหลวและเข้มงวดพร้อมการนำหลักการทั้งสามไปใช้นั้นก่อนที่อิทธิพลและผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดเป็นการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของสาธารณรัฐจีนในไต้หวัน

อนึ่ง ปรัชญานี้ถูกอ้างว่าเป็นรากฐานที่สำคัญของนโยบายของสาธารณรัฐจีนซึ่งดำเนินการโดย พรรคก๊กมินตั๋ง (國民黨) หลักการเหล่านี้เป็นดังเสาค้ำชาติไต้หวันที่แบกไว้บนบ่า หลักการทั้งสามยังปรากฏในท่อนแรกของเพลงชาติสาธารณรัฐจีนด้วย