การนอนหลับไม่เพียงพอ ไม่สามารถสะสางได้ด้วยการนอนหลับชดเชย
“หนี้การนอนหลับ”
ซึ่งสะสมมาไม่สามารถสะสางได้ด้วยการนอนหลับชดเชยในวันหยุด
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับเรียกสภาพของการนอนหลับไม่เพียงพอสะสมเรื้อรังว่า “หนี้การนอนหลับ” คำว่า “หนี้” นี้แฝงความหมายเชิงลบของการพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว
เมื่อหนี้การนอนหลับพอกพูนขึ้น นอกจากจะเป็นการสะสมปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลเสียต่อสมองและร่างกายแล้ว ความต้องการนอนหลับ (แรงกดดันการนอน) จะรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย
เมื่อนอนหลับไม่เพียงพอในวันทำงาน มีบางคนใช้วิธี “นอนหลับชดเชยในวันหยุดเพื่อสะสาง” แต่วิธีนี้ช่วยสะสางหนี้ที่พอกพูนได้เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น สรุปคือคนกลุ่มนี้จะยังคงดำเนินชีวิตโดยแบกรับหนี้การนอนหลับอยู่ แม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม
จากการทดลองโดยให้ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและนอนหลับเฉลี่ย 7.5 ชั่วโมงได้อยู่บนเตียงวันละ 14 ชั่วโมงและนอนหลับเท่าไรก็ได้ทุกวัน ผลปรากฏว่า 3 สัปดาห์ถัดมา ระยะเวลาการนอนหลับเฉลี่ยจะคงที่อยู่ที่ 8.2 ชั่วโมง เรื่องนี้นอกจากจะบอกให้รู้ว่าที่ผ่านมาเคยมีหนี้การนอนหลับวันละ 40 นาทีแล้ว ยังพิสูจน์ด้วยว่าการสะสางหนี้การนอนหลับที่มีอยู่ทุกวันจนหมดต้องใช้เวลา 3 สัปดาห์
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหนี้การนอนหลับถูกสะสาง แม้จะได้รับอนุญาตให้นอนหลับได้ แต่ก็ไม่สามารถนอนหลับเกินกว่าระยะเวลาการนอนหลับที่ร่างกายต้องการ นั่นคือเป็นการยืนยันว่าไม่สามารถ “ออมการนอนหลับ” ได้นั่นเอง (ดูกราฟด้านล่าง)
การนอนหลับชดเชยในวันหยุดไม่ได้ช่วยสะสางหนี้การนอนหลับที่มีมาทุกวันได้โดยสมบูรณ์ และก็ไม่สามารถออมการนอนหลับได้ด้วยนั่นเอง
การสะสางหนี้การนอนหลับต้องใช้เวลาถึง 3 สัปดาห์!?
ทำการทดลองโดยให้ผู้ร่วมการทดลอง 8 คนอยู่บนเตียงวันละ 14 ชั่วโมงทุกวัน และให้นอนนานเท่าไรก็ได้
เมื่อได้ศึกษาเรื่องระยะเวลาการนอนหลับที่เหมาะสมที่สุดของกลุ่มผู้ร่วมการทดลอง 8 คน
● เมื่อนอนหลับเฉลี่ย 8.2 ชั่วโมง หนี้การนอนหลับก็ไม่พอกพูนขึ้น
● ใช้เวลา 3 สัปดาห์กว่าหนี้การนอนหลับเฉลี่ยวันละ 40 นาทีจะถูกสะสาง
● ไม่สามารถออมการนอนหลับได้
ไม่รู้ตัวว่ามีหนี้การนอนหลับ?
“นอนหลับไม่เพียงพอ” สะสม
จนจมอยู่ใน “หนี้การนอนหลับ”
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเรียกการนอนหลับไม่เพียงพอว่า “หนี้การนอนหลับ”
“มนุษย์จำเป็นต้องนอนหลับให้ถึงระยะเวลาที่กำหนด หากนอนน้อยกว่านั้น ส่วนที่ขาดไปจะสะสม เกิดเป็นหนี้การนอนหลับ”
นี่คือหลักการของคำว่า “หนี้การนอนหลับ (Sleep Debt)” คำนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 โดยศาสตราจารย์วิลเลียม ซี. ดีเมนต์ ผู้ก่อตั้งศูนย์วิจัยการนอนหลับและวงจรชีวภาพ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งผู้เรียบเรียงสังกัดอยู่
การจงใจใช้คำว่า “หนี้” ช่วยเน้นย้ำและเตือนว่าสิ่งนี้จะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว ต่างไปจากภาพลักษณ์ของคำว่า “ไม่เพียงพอ” ซึ่งชดเชยได้ทันที
ผลการทดลองเรื่องหนี้การนอนหลับโดยมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียรายงานว่า “หากนอนหลับวันละ 6 ชั่วโมงติดต่อกัน ในวันที่ 10 สมาธิและความระมัดระวังแทบจะเท่ากับเมื่อไม่ได้นอนทั้งคืน 1 วัน และหากนอนหลับวันละ 4 ชั่วโมงติดต่อกันจนครบ 2 สัปดาห์ จะถดถอยจนแทบจะอยู่ในระดับเดียวกับการไม่ได้นอนทั้งคืนติดต่อกัน 3 วัน”
นอกจากนี้ หากไม่ได้นอนทั้งคืนจะยังรู้ตัวว่าการทำงานของตนถดถอยเนื่องจากความเหนื่อยล้าและความง่วง แต่กลุ่มที่นอนหลับ 4 ชั่วโมงและ 6 ชั่วโมงอาจไม่ได้รู้ตัวเสมอไปว่าการทำงานของสมองถดถอย
การนอนหลับไม่เพียงพอเล็กๆ น้อยๆ เมื่อสะสมมากเข้า สักวันหนึ่งก็จะทำให้จมอยู่ใน “หนี้การนอนหลับ” การไม่รู้ตัวนี่แหละคือความน่ากลัวของหนี้การนอนหลับ
การนอนหลับไม่เพียงพอเรื้อรังจะทำให้ผลการทำงานลดต่ำลงเหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน!
และยังไม่ค่อยรู้ตัวว่านอนหลับไม่เพียงพออีกด้วย